แบบผ้าม่าน
ทำความรู้จักผ้าม่านแบบต่างๆ
ผ้าม่านไม่ได้มีไว้เพียงช่วยบังแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่ยังช่วยเสริมบรรยากาศและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ก่อนเลือกติดตั้งผ้าม่าน ลองมาทำความรู้จักผ้าม่านแต่ละแบบ เพื่อเลือกสไตล์ที่เหมาะกับการใช้งานและการตกแต่งบ้านของคุณ
แบบผ้าม่านมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
ผ้าม่านมีหลากหลายแบบมาก แตกต่างกันที่วิธีการตัดเย็บและการติดตั้งผ้าม่าน จะเลือกผ้าม่านแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้าน และขึ้นอยู่กับหน้างานด้วยเช่นกัน หน้างานบางจุดไม่เหมาะกับแบบผ้าม่านบางแบบ ควรเลือกแบบผ้าม่านให้เหมาะกับหน้างานด้วยเพื่อเพิ่มความสวยงามภายในบ้านและการใช้งานที่สะดวก
แบบผ้าม่านที่เป็นที่นิยม
ในปัจจุบันแบบผ้าม่านได้รับความนิยมจะมีหลักๆ 7 แบบ คือ ม่านจีบ ม่านตาไก่ ม่านลอน ม่านพับ ม่านหลุยส์ ม่านคอกระเช้า และม่านแป๊ป เรามาทำความรู้จักผ้าม่านในแบบต่าง ๆ กันก่อนตัดสินใจเลือกผ้าม่าน
ม่านจีบ Pleated Curtains
เป็นแบบผ้าม่านที่จับจีบด้านบนหัวผ้าเพื่อทำให้ผ้าม่านเกิดร่องลอน การใช้งานม่านจีบ เพียงแค่รูดเปิดปิดไปซ้ายขวา ผ้าม่านจะไหลลื่นสะดวกเพราะเลื่อนด้วยลูกล้อบนรางม่าน ใช้งานง่าย ม่านจีบจึงเป็นแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และข้อดีของม่านจีบ คือเวลาปิดผ้าม่าน ผ้าจะมาเกยทับกันตรงกลาง ทำให้ปิดแสงลอดตรงกลางได้สนิทกว่าม่านชนิดอื่น
ม่านจีบนอกจากใช้มือเปิดแล้ว สามารถเพิ่มด้ามจูงม่านช่วยในการเปิดปิดได้ด้วย ลดการสัมผัสผ้าม่าน ป้องกันผ้าม่านเลอะ
และแบบม่านจีบมีระบบเชือกดึง ใช้เชือกในการเปิดปิดผ้าม่าน สะดวกในการใช้ง่ายมากขึ้น ลดการสัมผัสผ้าม่าน แต่ข้อจำกัดของม่านจีบเชือกดึงคือผ้าจะเปิดปิดพร้อมกัน ไม่สามารถแยกเปิดปิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้
นอกจากนี้ แบบม่านจีบยังสามารถติดตั้งด้วยระบบมอเตอร์ได้อีกด้วย ใช้รีโมทควบคุมการเปิดปิดผ้าม่าน และมาพร้อมฟีเจอร์สุดแจ่ม เพียงเรากระตุกผ้าเบา ๆ ผ้าม่านก็จะเลื่อนเองอัตโนมัติ
ม่านตาไก่ Eyelet Curtains
หรือบางคนเรียก ม่านห่วงตาไก่ เป็นแบบผ้าม่านที่มีรูห่วงวงกลม (ห่วงตาไก่) อยู่ด้านบนหัวผ้า ระยะห่างแต่ละห่วงตาไก่ทำให้เกิดลอนผ้าม่าน
ม่านตาไก่เป็นแบบผ้าม่านที่ได้รับความนิยมพอๆกับม่านจีบ การเปิดปิดม่านตาไก่อาจไม่ลื่นไหลเท่าม่านจีบ เพราะไม่มีลูกล้อ ใช้มือดึงในการเปิดปิด เวลาปิดผ้าม่านจะต้องดึงผ้าซ้ำหลายรอบ แต่เวลาเปิดผ้าม่านสามารถดันผ้าม่านเลื่อนเก็บไปด้านข้างทีเดียวได้เลยไม่ต้องดึงซ้ำ
ม่านตาไก่หรือม่านห่วงตาไก่ เวลาปิดผ้าม่าน ผ้าจะไม่เกยทับกันและยังมีขายึดราวม่านตรงกลางอีก ทำให้เวลาปิดผ้าม่านแสงอาจลอดผ่านช่องตรงกลางได้ หลาย ๆ บ้านจะแก้ด้วยการดึงผ้าม่านช่วงกลางถึงชายผ้ามาปิดทับกันเอง ซึ่งจะทำให้ผ้าม่านดูไม่สวย แต่ก็ช่วยเรื่องแสงลอดได้
ม่านลอน Wave Curtains
ลักษณะม่านลอน เรียกว่าเป็นลูกผสมระหว่างม่านจีบกับม่านตาไก่ เหมาะสำหรับบ้านที่ไม่ชอบหัวผ้าม่านแบบจับจีบ แต่ยังคงต้องการใช้ระบบรางลูกล้อเพื่อง่ายต่อการเปิดปิดผ้าม่าน แต่เวลาปิดผ้าม่าน ผ้าก็จะไม่เกยทับกันเหมือนม่านจีบ ทำให้แสงอาจลอดผ่านช่องตรงกลางได้ และหัวผ้าม่านจะอยู่ใต้รางม่าน
ม่านลอนตัดเย็บได้หลายแบบ ปัจจุบันนิยมตัดเย็บแบบหัวเทปลอนในตัวซึ่งทำให้ผ้าม่านขึ้นลอนสวยมาก ๆ แต่ก็ราคาสูงกว่าม่านลอนแบบอื่นเช่นกัน เรียกว่า ม่านลอนเทป
ม่านลอนแบบใส่โซ่ไข่ปลาล็อคระยะลอน ร่องของลอนผ้าม่านจะถูกล็อคด้วยโซ่ไข่ปลา เวลาปิดผ้าม่านจะทำให้ลอนมีระยะเท่ากัน แต่หัวม่านลอนจะไม่ดัดโค้งเด้งสวยเหมือนม่านลอนเทปลอน
ม่านลอนแบบไม่ใส่โซ่ไข่ปลา จะคล้ายม่านลอนโซ่ไข่ปลา และติดตั้งได้ 2 แบบ คือลูกล้อห่วงต่อห่วง และแบบ 1 ลูกล้อ 2 ตะขอ หัวม่านลอนไม่ดัดโค้งสวยเหมือนม่านลอนเทปลอน
ม่านลอนสามารถทำเป็นระบบเชือกดึง หรือเป็นระบบมอเตอร์ได้เหมือนม่านจีบ
ม่านพับ Roman Blinds
เป็นแบบผ้าม่านที่พับทบเก็บขึ้นด้านบนเป็นชั้นๆ เวลาปิดผ้าม่านจะเป็นสี่เหลี่ยมทรงตรง ไม่มีลอน
ม่านพับเป็นแบบผ้าม่านที่ดูทันสมัย และประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะกับหน้าต่างที่ไม่กว้างมาก การใช้งานม่านพับเพียงแค่ดึงโซ่ด้านข้าง ผ้าม่านก็จะค่อยๆพับทบกันขึ้นด้านบน
ถ้าบ้านหลังไหนเน้นม่านพับ แนะนำว่าควรเลือกเนื้อผ้าม่านที่ไม่นิ่มย้วยเกินไป จะทำให้ม่านพับขึ้นทรงสวย
ม่านหลุยส์ Classic Curtains
เป็นแบบผ้าม่านที่จะออกแนวหรูหราอลังการ เรียกได้ว่าเป็นควีนของผ้าม่านเลยทีเดียว
ม่านหลุยส์เป็นแบบผ้าม่านที่ผสมระหว่างม่านนจีบและลูกหลุยส์ ผ้าที่ใช้ทำม่านหลุยส์ ควรเป็นผ้าเนื้อนุ่มไม่แข็งและมีน้ำหนักจะทำให้ได้ม่านหลุยส์ทิ้งตัวสวย
ม่านคอกระเช้า Tab-Top Curtains
เป็นแบบผ้าม่านที่เย็บผ้าเป็นห่วงสาย สอดเข้ากับรางโชว์ ม่านคอกระเช้าเป็นผ้าม่านที่ทำให้บรรยากาศห้องดูผ่อนคล้ายสบายๆ อ่อนหวาน แต่การเปิด-ปิดจากฝืดกว่าม่านแบบอื่น